ว่าด้วยเรื่องรัฐธรรมนวย 50 (ภาค 1)
posted on 04 Jul 2008 12:41 by oldpoemจริงๆอยากเขียนเรื่องการเมืองมาหลายรอบแล้ว แต่มันมีหลายประเด็นเหลือเกินที่อยากจะหยิบมาเขียนจนเลือกไม่ถูก
แต่วันนี้เลือกเอาประเด็นที่หลายคนอาจไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ นั่นคือ เรื่องของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งมีคำถามกันว่า "ปัญหาเศรษฐกิจมีเยอะแยะเร่งด่วน ทำไมรัฐบาลถึงต้องรีบแก้รัฐธรรมนูญ ปี 50 ? ต้องการจะแก้ให้ตัวเองและพวกพ้องพ้นผิดใช่หรือไม่ ?" ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางพันธมิตรและสื่อสารมวลชนนำมาเป็นประเด็นในการปลุกระดมคนไปร่วมกันคัดค้าน จนทำให้ญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องถูกถอนออกมาเพื่อลดกระแสกดดัน
ทั้งนี้ผมคงไม่หยิบเอาทุกประเด็น ทุกมาตรา มาเขียนถึง คงจะเอาประเด็นที่อยากเขียนถึงมาเขียนเท่านั้น ส่วนไอ้ประเด็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม การใช้สิทธิโดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น หรือสิทธิสาธารณะ นั้น คงไม่เอามาเขียนถึง เพราะคนที่มีวิจารณญาน หรือ Common Sense ก็จะตระหนักดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่ปรากฎอยู่ทุกวันหน้าทำเนียบ หรือที่เมื่อก่อนอยู่บนสะพานมัฆวานนั้นมันละเมิดสิทธิของผู้อื่นหรือไม่อย่างไร
ถ้าจะกล่าวถึงรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ต้องกล่าวถึงที่มาก่อน รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาจากการปฎิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 และได้มีการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ทิ้ง และมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็มีการลงประชามติเพื่อรับรัฐธรรมนูญในปลายปี 2550 ถ้ายังจำกันได้ก่อนจะมีการลงประชามติ ได้มีการโหมประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงการจับเอา "การเลือกตั้ง" เป็นตัวประกัน ว่าถ้าไม่รับรัฐธรรมนูญนี้ การเลือกตั้งก็อาจจะยืดออกไปอีก รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ว่า "รับๆไปก่อน แล้วค่อยแก้ทีหลัง" จนในที่สุดก็สามารถผ่านประชามติมาให้ใช้ได้ในที่สุด ซึ่งทุกพรรคการเมืองต่างประกาศจุดยืนชัดเจนในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงพรรคเก่าแก่ที่มี ฉายาว่า "พรรคแมลงสาบ" ด้วย
คำถามที่ผมได้ยินมาบ่อยครั้งคือ "ปัญหาเศรษฐกิจมีเยอะแยะเร่งด่วน ทำไมรัฐบาลถึงต้องรีบแก้รัฐธรรมนูญ ปี 50 ? เขาเลือกตั้งให้มาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไม่ใช่มารีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ"
ต้องกลับไปพูดถึงอำนาจอธิปไตยพื้นฐาน ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วยอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ซึ่งอำนาจนิติบัญญัติใช้ผ่านทางรัฐสภา อำนาจบริหารใช้ผ่านทางรัฐบาล (คณะรัฐมนตรี) และอำนาจตุลาการใช้ผ่านทางศาล ซึ่งถ้าเข้าใจโครงสร้างอำนาจนี้แล้ว ก็ไม่น่าจะสับสนว่า ปัญหาเศรษฐกิจนั้นจะต้องให้ทางฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลเป็นผู้ไปศึกษาและออกนโยบายแก้ไข ส่วนเรื่องของรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของทางนิติบัญญัติโดยรัฐสภาอันประกอบไปด้วย ส.ส. และ ส.ว.ทั้งที่มาจากการเลือกตั้ง และจากการสรรหานำไปพิจารณาแก้ไข เป็นคนละส่วนแยกจากกัน ดำเนินการด้วยคณะบุคคล 2 กลุ่ม มิใช่ว่าดำเนินการด้วยคณะบุคคลกลุ่มเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายล่าช้า หรือมีความสำคัญน้อยกว่าแต่อย่างใด
หรือจะให้ ส.ส. และ ส.ว. ที่อยู่ในรัฐสภานั่งกินเงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชนฟรีๆ หรืออย่างไร ?
ข้ออ้างของพวกคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญที่ชอบยกมาโจมตีคือ "การแก้รัฐธรรมนูญจะช่วยให้ตัวเอง (พรรค พปช.) หรือพวกพ้อง (อดีตนายกทักษิณ) พ้นผิด"
อยากรู้ว่าคนพวกนี้อ่านรัฐธรรมนูญปี 2550 กันจริงๆ บ้างรึเปล่า ? หรือแค่ฟังเขาเล่ามา แล้วก็เชื่อกัน ? เป็นการใส่ความข้างเดียว ประเภทที่ว่า "ถ้าปล่อยให้แก้รัฐธรรมนูญได้ แล้วอนาคตก็จะให้เป็นอย่างนั้น" หรือว่ามีมาตราไหนในรัฐธรรมนูญที่ระบุเจาะจงถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดมีความผิด? ถึงต้องมีการแก้ไข? การดำเนินการต่อ อดีตนายกทักษิณ ที่ยกมาเป็นเป้าหมายนั้น อยู่ในขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายอยู่แล้ว
แต่ประเด็นที่น่าขันของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ออกมาปกป้องกันนัก คือ การมีมาตรา 309 ซึ่งเป็น "ของประหลาด" ที่ไม่มีที่ไหนในโลกเขามีกัน!!
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 309 บัญญัติว่า
“บรรดาการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญเเห่งราชอาณาจักรไทย
(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายเเละรัฐธรรมนูญ
รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นเเละการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้”
ตกลงอ่านแล้ว คือ "การไม่แก้รัฐธรรมนูญจะช่วยให้ตัวเอง (คมช.) หรือพวกพ้อง (ผู้ที่มีส่วนร่วมกับระบอบเผด็จการ) พ้นผิดไปตลอดกาล"
สุดยอดรัฐธรรมนูญประเทศ สารขัณฑ์จริงๆ....
ตกลงไอ้พวกที่มาคัดค้านนี่เขาสนับสนุนระบอบเผด็จการใช่ไหมเนี่ย ?
สำหรับเรื่องที่ว่า "ทำไมต้องรีบแก้รัฐธรรมนูญ?" จะต้องอธิบายกันด้วยว่า "รัฐธรรมนูญปี 2550 มีข้อเสียอย่างไร มีวาระซ่อนเร้นหมกเม็ดไว้อย่างไร มีการสืบทอดอำนาจนอกระบบจริงหรือไม่ ?" ควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะขอยกไปว่ากันต่อในภาค 2 ละกัน ซึ่งคงจะได้เขียนเพิ่มเติมต่อไป