"ถ้าคุณสังเกตดีๆ แล้วคุณจะพบว่าจริงๆ แล้ว ความรักอยู่รอบๆตัวเรา"

เลือกวันเริ่มเขียน Blog / Live Journal / Web Diary หรืออะไรก็สุดแต่จะเรียกได้โดนดีจริงๆ ทำไมน่ะรึ ก็เพราะวันนี้ไม่มีโปรแกรมไปไหนกะแฟนน่ะสิ หรือ พูดให้ถูกก็เพราะยังไม่เคยมีแฟนเลยตั้งแต่จำความได้ แต่ถึงจะกระนั้นก็ยังอยากจะเขียนเกี่ยวกับวันนี้ อย่างน้อยก็ในมุมมองของผมคนนึงล่ะ

จะมีใครรู้ไหมว่า จริงๆแล้ว ก่อนที่จะมาเป็นวันวาเลนไทน์ ที่มาจริงๆนั้นเป็นอย่างไร?

ในสมัยโรมันที่มีประมุขชื่อ เคลาดิอัส ซึ่งเป็นปฎิปักษ์กับศาสนาคริสต์ ได้ประกาศห้ามคนหนุ่มแต่งงาน ด้วยความเชื่อที่ว่า นักรบที่เป็นโสดจะสู้รบได้ดีกว่านักรบที่มีครอบครัวแล้ว เพราะนักรบที่มีเมียมีลูกแล้วจะเกิดความว้าวุ่นใจ ว่าลูกเมียจะเป็นอย่างไรถ้าตัวเองตายไป ซึ่งขัดแย้งกับโบสถ์คริสต์ที่สนับสนุนให้มีพิธีแต่งงานกันทางศาสนา เพราะถือว่าการแต่งงานเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ชาย 1 คนกับผู้หญิง 1 คน ที่มีความรักต่อกันและกัน แล้วต้องการจะใช้ชีวิตร่วมกัน ( ในยุคสมัยนั้นการที่ผู้ชายจะมีภรรยามากกว่า 1 คน ถือว่าเป็นเรื่องปกติ )

นักบวชวาเลนไทน์เป็นผู้สนับสนุนให้มีพิธีการแต่งงานทางศาสนา และได้แอบประกอบพิธีให้คู่หนุ่มสาวอย่างลับๆ แต่ในที่สุดก็ถูกทางการโรมันจับได้ และนำตัวไปจองจำ เนื่องจากกระทำการขัดคำสั่งของเคลาดิอัส และในขณะที่ถูกคุมตัวอยู่นั้น ก็ได้สวดมนต์ภาวนากับลูกสาวตาบอดของผู้คุมที่ชื่อ แอสเตริอัส (รวมจนอาจไปถึงตกหลุมรักเด็กสาวคนนั้น) จนเด้กสาวมีอาการดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ (ไม่แน่ใจว่ากลับมามองเห้นได้รึไม่) จนถึงกับทำให้แอสเตริอัสเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ทีเดียว

แต่ในปีคศ. 269 นักบวชวาเลนไทน์ก็ถูกทรมานและลงทัณฑ์จนถึงแก่ความตาย กล่าวไว้ว่า ข้อความสุดท้ายที่เขาเขียนถึงลูกสาวของแอสเตริอัส กลายเป็นประโยคคลาสสิคสุดแสนโรแมนติก " from your valentine..." หลังจากนั้นทางคริสตจักรก็ได้ประกาศยกย่อง วาเลนไทน์ เป็น นักบุญวาเลนไทน์ และต่อมาได้กลายเป็นเสมือนสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงถึงความรักโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รัก

ตามความเห็นของผม พอใกล้ๆถึงวาเลนไทน์ที ก็จะเหมือนเป็นกระแสแฟชันที่คนหนุ่มสาวๆจะเห่อมาแสดงความรักต่อกัน ทั้งดอกกุหลาบแดงเอย ของขวัญน่ารักๆ โดยเฉพาะรูปหัวใจ รวมไปถึงการมี Sex กันจนหลายๆคนเรียกว่าเป็น "วันเสียตัวแห่งชาติ" ถึงขั้นที่ปีนี้มีการทำโพลล์ออกมาว่า สาวๆนับแสนเตรียมจะเสียตัวให้กะชายคนรักในวันนี้ แต่ก็นั่นแหละจำได้ว่าก็เคยมีคนเรียกวันลอยกระทง ว่า "วันลอยพรหมจรรย์" ก็คนมันอยากจะมี Sex กัน วาระไหนๆ ก็เอามาอ้างทั้งนั้นแหละน่า สถานการณ์ยิ่งช่วยโน้มน้าวฝ่ายตรงข้าม (โดยเฉพาะผู้หญิง) ให้ใจอ่อนยินยอมพร้อมใจให้ "ฟัน" เพราะพูดตามตรงไม่ว่าจะเข้าเทศกาลหรือไม่เทศกาล ผู้ชายก็ยินยอมพร้อมใจจะ"ฟัน"อยู่แล้ว เชื่อเหอะ

แต่ถึงจะพูดอย่างนี้ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยกะการที่สาวๆวัยรุ่นจะยอมเสียตัวในวันนี้เพราะเชื่อว่า "ก็เรารักกัน ก็มี Sex กัน" หรือ ไม่ใช่เพราะว่าผมหัวโบราณหรืออะไรหรอกนะ แต่เพราะโดยส่วนตัวผมเชื่อว่า ความรักที่สาวๆวัยรุ่นเรียกว่ารักนั้นส่วนใหญ่จะเป็นความชอบแบบปิ๊งปั๊งหลงใหลมากกว่า จะเป็นความรักที่จะเข้าอกเข้าใจกัน ผูกพันธ์กัน ซึ่งความรักแบบปิ๊งปั๊ง กว่าครึ่งก็เลิกรากันไป แต่ไอ้ที่เสียแล้วนี่สิเอาคืนไม่ได้ ไม่ใช่ว่าพรหมจรรย์จะสำคัญที่สุดหรืออะไรหรอกนะ แต่เพราะผู้หญิงที่ยอมเสียตัวเพราะความรักแบบหลงใหลปิ๊งปั๊ง มีแนวโน้มที่จะ "ฟรีเซ็กส์" มากขึ้นในการเดินทางตามหาความรักของเธอ ถึงอย่างไรผมยังมองว่าการที่ผู้หญิงคนนึงยิ่งฟรีเซ็กส์มากเท่าไหร่ คุณค่าของเธอก็จะลดลงเรื่อยๆ ตามมุมมองของผู้ชาย (อย่างผม)แต่ถ้าอยากเสียตัวเพราะอยากลอง อยากมี Sex อยากสนุก อันนี้ก็ช่วยไม่ได้ แต่ละคนย่อมคิดไม่เหมือนกัน ยิ่งสาวๆสมัยนี้ เห็นควงกิ๊กกันเป็นแฟชันด้วย

อีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากแสดงความเห็นคือ หลายๆคนชอบบอกว่า วันวาเลนไทน์ไม่จำเป็นจะต้องแสดงความรักเฉพาะกับคู่รัก แต่แสดงได้กับคนอื่นๆเช่น พ่อ แม่ครูอาจารย์ ฯลฯ จริงๆก็ไม่ได้ว่าจะผิดแต่อย่างไร แต่รู้สึกว่าเหมือนจะเบนประเด็นไม่ให้ไปหมกมุ่นซะมากกว่า แต่ถ้าในความคิดของผม จากประวัติที่มาของวันวาเลนไทน์ ความหมายของวันนี้มันเฉพาะเจาะจงสำหรับความรักสำหรับคู่รักมากกว่า เพราะมี วันพ่อ วันแม่ วันครู ก็เป็นวันที่ทำให้ระลึกและได้แสดงออกถึงความรักที่มีต่อบุคคลนั้นๆ อยู่แล้ว ถ้าแต่งงานก็อาจมีวันครบรอบวันแต่งงาน แต่ไม่ยักกะมี "วันแฟนฉัน" เลย ความหมายของวันวาเลนไทน์จึงเป็นวันที่ทำให้เราได้ระลึกและแสดงออกถึงความรักที่มีต่อ "คนพิเศษคนนั้น" มากกว่านะ

จริงๆแล้ว ที่ผ่านมาก็รู้สึกว่ามันก็วันๆหนึ่งใน 365 วัน แต่สถานการณ์ กระแสที่ประโคมก็ไม่ได้อยากหลอกตัวเองว่า ถ้าวันนี้จะได้รับอะไรให้ชุ่มชื่นหัวใจสักนิด ดอกไม้สักดอก ช็อกโกแลตสักอัน โทรศัพท์หวานๆ หรือแม้แต่ SMS น่ารักๆอันนึง จากคนที่"พิเศษ"สักคน มันก็คงจะดีไม่น้อยทีเดียวนะ

เขียนคราวแรกก็ยาวซะแล้ว ทำไมน่ะรึ ก็เพราะว่าคนไม่มีแฟน ถึงวันวาเลนไทน์ทีไร ก็ เซ็งว้อยยยยยย

"From Your Valentine...."

In the mood : Jim Brickman & Martina McBride - Valentine

ปล. คราวหน้ารับรองว่าเขียนสั้นกว่านี้แน่ๆ แต่เมื่อไหร่ไม่รู้นะ :D

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดๆๆๆๆ โฮ่ตามลา คุณตาเขียนบล็อค

เขียนเป็นวิชาการด้วย ไม่น่าเชื่อ.....

ไว้เขียนต่อด้วยนะเคอะ จะคอยมาอ่าน อย่าให้คอยเก้อล่ะเออ -3-

#1 By draco on 2005-02-14 17:49

เน่าเจงๆ

#2 By หลานลุงเอง (61.91.103.125) on 2005-02-14 17:51

โอ้ว ... สรุปว่าคุณตาเลือกเขียนเรื่องนี้ วันนี้ ประชดชีวิตรึเปล่าน่ะ - -"

#3 By ฉันคือรั้ว on 2005-02-14 18:48

ร่วมลงนามคนเซ็งวาเลนไทน์

#4 By masaki (61.91.127.60) on 2005-02-14 20:29

กรี๊ด ~~~ กร๊าดดด~~~

/me หน้าม้าฮี้กั่บๆ

/me ส่งชา ตบไหล่ อย่าเซ็งไปเลยตา (~ - -)/~

#5 By gomora on 2005-02-14 20:51

ไม่น่าเชื่อแหะว่าไม่มีแฟนตั้งแต่จำความได้

เหมือนกันเลย

#6 By ลูกปลาน้อย (221.128.101.196) on 2005-02-15 12:38

อันนี้เข้าข่ายระบายอารมณ์นะ ตา

#7 By redpegasus on 2005-02-15 13:10

แปะๆๆๆๆๆ เหอเหอ ยังหลักการไม่เปลี่ยนนะ แต่ก็มีสาระดี เหอเหอ

#8 By สัตว์ประหลาด (61.90.250.58) on 2005-02-15 22:37

ถูกต้องเยยค่ะ อิอิ ขอแค่จำได้ว่าวันวาเลนไทน์ก็พอแย้ว (ลั่น ลา ลั่น ลา ลั่น ลา ลั่น ลา ปีนี้ก้เหมือนทุกปี...แห้ว)

#9 By น้องแอน (61.90.75.222) on 2005-02-16 19:27

ใครก็ตาม ที่รอจน valentine แล้วค่อย....

มันโง่มาก!!!

#10 By คัมภีร์บู๊ลิ้ม (61.90.19.226) on 2005-04-10 04:34

โบว์ รักยะ

#11 By โบว์ (203.172.90.245) on 2006-02-05 13:08

หน้าสงสารจังเลยเนอะ

#12 By ฉันเอง (61.7.141.145 /61.7.141.145, 61.7.141.145) on 2007-02-10 10:20

หน้าสงสารจังเลยเนอะ

#13 By (125.24.137.120) on 2007-12-13 16:07

ดอกไม้วาเลนไทน์ ราคาถูกเริ่มต้น 555 บาทจัดส่งฟรีทั่ว กทม และ ปริมณฑลค๊ะ http://www.bkkflorist.com

#14 By hiso on 2009-02-01 09:32

บ้า

#15 By (125.24.195.136) on 2009-02-16 14:16

kKx5g4 xllaiouo qjjcoith chvkngdl

#16 By VVRciqEhSB (89.248.172.50) on 2009-07-21 08:00

cmxaaggs lwfvuxbp tvxqlgcn

#17 By yVwqKVIHIVC (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:51

mgdazhhh inmbscyv aefdwcwn

#18 By sLwhcxvlOXgL (95.169.190.71) on 2009-07-31 13:44

fvsnhrhy xccrkybg ajyspmjs

#19 By EOksYfrNMuDUYzaN (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:34

npxpvxxd gspsmasq efoizgad

#20 By VBhRFiBsYLRzpXe (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:16

zsxpqnyg hfiwqfoy npssblzb

#21 By yDNdifyPbPQ (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:07

dizzkrnj lsjymbvh cnafqqlt

#22 By DjhvLZUeaPUXUvPG (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:57

mixnymeg aoucjhvt tgtllbeo

#23 By HccMBsDndpnEOJUA (95.169.190.71) on 2009-07-31 18:47

gbhtaoze hbrlxftr yokshpgr

#24 By OvxXkvKTuY (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:29

btfhhzeq fparpkcl foaeaxjo

#25 By DSBSpoHQQXre (89.248.172.50) on 2009-08-09 22:46

xsggcinq mqdahhkt qdyukvcd

#26 By QyMJZwENxaOlBPEAa (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:09

stgiqqji nwszypbm czhxqbdo

#27 By QKJKeaGIL (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:43