วาเลนไทน์... วันแห่งความรัก หรือ วันเสียตัวแห่งชาติ
posted on 14 Feb 2005 15:09 by oldpoem"ถ้าคุณสังเกตดีๆ แล้วคุณจะพบว่าจริงๆ แล้ว ความรักอยู่รอบๆตัวเรา"
เลือกวันเริ่มเขียน Blog / Live Journal / Web Diary หรืออะไรก็สุดแต่จะเรียกได้โดนดีจริงๆ ทำไมน่ะรึ ก็เพราะวันนี้ไม่มีโปรแกรมไปไหนกะแฟนน่ะสิ หรือ พูดให้ถูกก็เพราะยังไม่เคยมีแฟนเลยตั้งแต่จำความได้ แต่ถึงจะกระนั้นก็ยังอยากจะเขียนเกี่ยวกับวันนี้ อย่างน้อยก็ในมุมมองของผมคนนึงล่ะ
จะมีใครรู้ไหมว่า จริงๆแล้ว ก่อนที่จะมาเป็นวันวาเลนไทน์ ที่มาจริงๆนั้นเป็นอย่างไร?
ในสมัยโรมันที่มีประมุขชื่อ เคลาดิอัส ซึ่งเป็นปฎิปักษ์กับศาสนาคริสต์ ได้ประกาศห้ามคนหนุ่มแต่งงาน ด้วยความเชื่อที่ว่า นักรบที่เป็นโสดจะสู้รบได้ดีกว่านักรบที่มีครอบครัวแล้ว เพราะนักรบที่มีเมียมีลูกแล้วจะเกิดความว้าวุ่นใจ ว่าลูกเมียจะเป็นอย่างไรถ้าตัวเองตายไป ซึ่งขัดแย้งกับโบสถ์คริสต์ที่สนับสนุนให้มีพิธีแต่งงานกันทางศาสนา เพราะถือว่าการแต่งงานเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ชาย 1 คนกับผู้หญิง 1 คน ที่มีความรักต่อกันและกัน แล้วต้องการจะใช้ชีวิตร่วมกัน ( ในยุคสมัยนั้นการที่ผู้ชายจะมีภรรยามากกว่า 1 คน ถือว่าเป็นเรื่องปกติ )
นักบวชวาเลนไทน์เป็นผู้สนับสนุนให้มีพิธีการแต่งงานทางศาสนา และได้แอบประกอบพิธีให้คู่หนุ่มสาวอย่างลับๆ แต่ในที่สุดก็ถูกทางการโรมันจับได้ และนำตัวไปจองจำ เนื่องจากกระทำการขัดคำสั่งของเคลาดิอัส และในขณะที่ถูกคุมตัวอยู่นั้น ก็ได้สวดมนต์ภาวนากับลูกสาวตาบอดของผู้คุมที่ชื่อ แอสเตริอัส (รวมจนอาจไปถึงตกหลุมรักเด็กสาวคนนั้น) จนเด้กสาวมีอาการดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ (ไม่แน่ใจว่ากลับมามองเห้นได้รึไม่) จนถึงกับทำให้แอสเตริอัสเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ทีเดียว
แต่ในปีคศ. 269 นักบวชวาเลนไทน์ก็ถูกทรมานและลงทัณฑ์จนถึงแก่ความตาย กล่าวไว้ว่า ข้อความสุดท้ายที่เขาเขียนถึงลูกสาวของแอสเตริอัส กลายเป็นประโยคคลาสสิคสุดแสนโรแมนติก " from your valentine..." หลังจากนั้นทางคริสตจักรก็ได้ประกาศยกย่อง วาเลนไทน์ เป็น นักบุญวาเลนไทน์ และต่อมาได้กลายเป็นเสมือนสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงถึงความรักโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รัก
ตามความเห็นของผม พอใกล้ๆถึงวาเลนไทน์ที ก็จะเหมือนเป็นกระแสแฟชันที่คนหนุ่มสาวๆจะเห่อมาแสดงความรักต่อกัน ทั้งดอกกุหลาบแดงเอย ของขวัญน่ารักๆ โดยเฉพาะรูปหัวใจ รวมไปถึงการมี Sex กันจนหลายๆคนเรียกว่าเป็น "วันเสียตัวแห่งชาติ" ถึงขั้นที่ปีนี้มีการทำโพลล์ออกมาว่า สาวๆนับแสนเตรียมจะเสียตัวให้กะชายคนรักในวันนี้ แต่ก็นั่นแหละจำได้ว่าก็เคยมีคนเรียกวันลอยกระทง ว่า "วันลอยพรหมจรรย์" ก็คนมันอยากจะมี Sex กัน วาระไหนๆ ก็เอามาอ้างทั้งนั้นแหละน่า สถานการณ์ยิ่งช่วยโน้มน้าวฝ่ายตรงข้าม (โดยเฉพาะผู้หญิง) ให้ใจอ่อนยินยอมพร้อมใจให้ "ฟัน" เพราะพูดตามตรงไม่ว่าจะเข้าเทศกาลหรือไม่เทศกาล ผู้ชายก็ยินยอมพร้อมใจจะ"ฟัน"อยู่แล้ว เชื่อเหอะ
แต่ถึงจะพูดอย่างนี้ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยกะการที่สาวๆวัยรุ่นจะยอมเสียตัวในวันนี้เพราะเชื่อว่า "ก็เรารักกัน ก็มี Sex กัน" หรือ ไม่ใช่เพราะว่าผมหัวโบราณหรืออะไรหรอกนะ แต่เพราะโดยส่วนตัวผมเชื่อว่า ความรักที่สาวๆวัยรุ่นเรียกว่ารักนั้นส่วนใหญ่จะเป็นความชอบแบบปิ๊งปั๊งหลงใหลมากกว่า จะเป็นความรักที่จะเข้าอกเข้าใจกัน ผูกพันธ์กัน ซึ่งความรักแบบปิ๊งปั๊ง กว่าครึ่งก็เลิกรากันไป แต่ไอ้ที่เสียแล้วนี่สิเอาคืนไม่ได้ ไม่ใช่ว่าพรหมจรรย์จะสำคัญที่สุดหรืออะไรหรอกนะ แต่เพราะผู้หญิงที่ยอมเสียตัวเพราะความรักแบบหลงใหลปิ๊งปั๊ง มีแนวโน้มที่จะ "ฟรีเซ็กส์" มากขึ้นในการเดินทางตามหาความรักของเธอ ถึงอย่างไรผมยังมองว่าการที่ผู้หญิงคนนึงยิ่งฟรีเซ็กส์มากเท่าไหร่ คุณค่าของเธอก็จะลดลงเรื่อยๆ ตามมุมมองของผู้ชาย (อย่างผม)แต่ถ้าอยากเสียตัวเพราะอยากลอง อยากมี Sex อยากสนุก อันนี้ก็ช่วยไม่ได้ แต่ละคนย่อมคิดไม่เหมือนกัน ยิ่งสาวๆสมัยนี้ เห็นควงกิ๊กกันเป็นแฟชันด้วย
อีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากแสดงความเห็นคือ หลายๆคนชอบบอกว่า วันวาเลนไทน์ไม่จำเป็นจะต้องแสดงความรักเฉพาะกับคู่รัก แต่แสดงได้กับคนอื่นๆเช่น พ่อ แม่ครูอาจารย์ ฯลฯ จริงๆก็ไม่ได้ว่าจะผิดแต่อย่างไร แต่รู้สึกว่าเหมือนจะเบนประเด็นไม่ให้ไปหมกมุ่นซะมากกว่า แต่ถ้าในความคิดของผม จากประวัติที่มาของวันวาเลนไทน์ ความหมายของวันนี้มันเฉพาะเจาะจงสำหรับความรักสำหรับคู่รักมากกว่า เพราะมี วันพ่อ วันแม่ วันครู ก็เป็นวันที่ทำให้ระลึกและได้แสดงออกถึงความรักที่มีต่อบุคคลนั้นๆ อยู่แล้ว ถ้าแต่งงานก็อาจมีวันครบรอบวันแต่งงาน แต่ไม่ยักกะมี "วันแฟนฉัน" เลย ความหมายของวันวาเลนไทน์จึงเป็นวันที่ทำให้เราได้ระลึกและแสดงออกถึงความรักที่มีต่อ "คนพิเศษคนนั้น" มากกว่านะ
จริงๆแล้ว ที่ผ่านมาก็รู้สึกว่ามันก็วันๆหนึ่งใน 365 วัน แต่สถานการณ์ กระแสที่ประโคมก็ไม่ได้อยากหลอกตัวเองว่า ถ้าวันนี้จะได้รับอะไรให้ชุ่มชื่นหัวใจสักนิด ดอกไม้สักดอก ช็อกโกแลตสักอัน โทรศัพท์หวานๆ หรือแม้แต่ SMS น่ารักๆอันนึง จากคนที่"พิเศษ"สักคน มันก็คงจะดีไม่น้อยทีเดียวนะ
เขียนคราวแรกก็ยาวซะแล้ว ทำไมน่ะรึ ก็เพราะว่าคนไม่มีแฟน ถึงวันวาเลนไทน์ทีไร ก็ เซ็งว้อยยยยยย
"From Your Valentine...."
In the mood : Jim Brickman & Martina McBride - Valentine
ปล. คราวหน้ารับรองว่าเขียนสั้นกว่านี้แน่ๆ แต่เมื่อไหร่ไม่รู้นะ :D

เขียนเป็นวิชาการด้วย ไม่น่าเชื่อ.....
ไว้เขียนต่อด้วยนะเคอะ จะคอยมาอ่าน อย่าให้คอยเก้อล่ะเออ -3-
#1 By draco on 2005-02-14 17:49