ทฤษฎีเรื่องวิญญานของผม
posted on 06 Apr 2005 14:59 by oldpoemผมเองยอมรับว่าเป็นคนที่ค่อนข้างกลัวผี แม้จะไม่เคยเจอจะๆกับตัวก็เหอะ แต่ไอ้พวกหนังผีนี่จะพยายามไม่ดูเลย ยกเว้นจะมีใครมาชวน แล้วไม่มีเรื่องไหนดูจริงๆ เอาว่าผมเป็นพวกดูหนัง Scream ได้ แต่จะพยายามไม่ดูพวก Nightmare on the Elm Street ทั้งๆที่ความตื่นเต้นมันก็อาจจะไม่ต่างกันนัก(มั้ง) แต่ก็ตลกดีนะ ผมกลับไม่กลัววิญญานสักเท่าไหร่นะ
ผมเชื่อว่าวิญญานมีจริง ผี ปีศาจ และเทพารักษ์ก็น่าจะมีด้วย สำหรับผมวิญญานกับผีต่างกัน ผมเชื่อว่าทุกคนที่มีวงจรชีวิต เกิดมาก็ต้องตาย ชีวิตในโลกมนุษย์ของเราก็เหมือนเป็น Stage หนึ่งๆ พอเราผ่านจาก Stage 1 ก็ย่อมเข้าสู่ Stage 2 ซึ่งสถานะวิญญานก็เหมือนอีกสเตจนึงที่ต่อจากสเตจที่เราอยู่ในปัจจุบัน เราแชร์โลกร่วมกัน แต่อยู่กันคนละภพ คนละมิติ ผมคิดยังงั้นนะ
ทฤษฏีของผมมีอยู่ว่า เราสามารถติดต่อ มองเห็นกับวิญญานได้ วิญญานมีอยู่ทั่วไป มองเห็นได้แม้กระทั่งเวลากลางวัน ไม่ใช่แค่เฉพาะกลางคืนอย่างที่หลายๆคนคิดกัน ใครจะรู้ว่าคนๆที่เราเห็นในเวลากลางวันนี่จะมีกี่คนกันที่มีชีวิตอยู่จริงๆ เพียงแค่ว่าการที่เราจะติดต่อหรือมองเห็นกับผู้ที่อยู่ในอีกมิตินึงนั้น อาจจะต้องมีการจูนคลื่นกันหน่อยจึงจะเห็นกันได้ คนที่มีคลื่นที่เข้าใกล้โลกของวิญญานก็สามารถมองเห็นวิญญานได้ง่ายกว่า เช่นเดียวกับวิญญานที่มีคลื่นเข้าใกล้โลกมนุษย์ก็สามารถติดต่อหรือปรากฎให้มนุษย์ทั่วไปเห็นได้ง่ายกว่า ทั้งนี้หลายอย่างก็เป็นปัจจัยเสริมด้วย เช่นเวลากลางคืนน่าจะมีผลให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถจูนคลื่นให้เข้าหากันง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นคนที่เจอกับวิญญานส่วนใหญ่จึงมักจะเจอในเวลากลางคืนและจะหายไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น หรือมีแสงสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่ผมคิดว่าวิญญานสามารถปรากฎตัวได้ตอนกลางวันเพราะ ได้ยินเรื่องที่พี่คนนึงไปกินข้าวกลางวันกับเพื่อนอีกคน รุ่งขึ้นโทรไปหาที่บ้าน แล้วแม่ของเพื่อนบอกว่าเพื่อนคนนั้นเสียไปสัปดาห์นึงได้แล้ว เรื่องแบบนี้ได้ยินมาหลายครั้ง แล้วผมก็เชื่อด้วยว่า ถ้าเรามีคลื่นหรือจิตที่สื่อถึงกันได้ กลางวันเราก็ติดต่ิอกับเขาได้ คงอธิบายได้เช่นเดียวกับกรณีของคนทรงต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถติดต่อกับผู้ที่เสียไปแล้วได้เช่นกัน (ไม่เกี่ยวกับพวกที่ต้มตุ๋นนะ)
เนื่องจากผมคิดเช่นนี้ ผมเลยไม่กลัววิญญาน ถ้าโผล่มาแบบสภาพดีๆ ไม่น่าขยะแขยง ก็คงตกใจบ้าง เพราะผมรู้สึกว่าเขาก็เหมือนเราๆนี่แหละ ถ้าเราไม่ไปทำอะไรเขา เขาก็คงไม่ทำอะไรเรา ดีไม่ดีการที่ได้คุยกันได้ อาจจะทำให้เราเข้าใจอะไรๆดีขึ้น รวมไปถึงช่วยเหลืออะไรบางอย่างได้ด้วย
แต่สำหรับผีนี่ สำหรับผมผีเป็นรูปแบบหนึ่งของวิญญานที่อาจมีความผูกพยาบาท หรือมีความสับสนในสิ่งต่างๆ รวมไปถึงบางทีก็ไม่มีเหตุผลในความคิด รวมไปถึงความมีพลังเหนือธรรมชาติบางอย่างที่แตกต่างจากวิญญานทั่วไปแล้วใช้ในการกลั่นแกล้งหรือทำร้ายคนอื่น ผมกลัวประเภทนี้มากกว่าวิญญานทั่วไป เหมือนผมไม่ชอบคนที่ไม่มีเหตุผล ต้องยอมรับว่าคนเราเวลา่มีชีวิตก็มีหลายคนที่ไม่มีเหตุผล ฝังใจเจ็บ ผูกพยาบาท รวมไปถึงพวกที่เป็นฆาตกรโดยสันดาน พอตายไปเป็นวิญญานก็ไม่แปลกที่จะกลายเป็นวิญญานที่มีลักษณะเช่นเดียวกับตอนที่มีชีวิตอยู่ ซึ่งถ้าเลี่ยงไม่เจอได้จะเป็นการดีกว่า ยิ่งถ้าสมัยเป็นมนุษย์คุยกันไม่รู้เรื่อง ทำไมพอตายไปแล้วจะคุยรู้เรื่องล่ะ
แล้วทำไมผมถึงมาเขียนถึงเรื่องนี้รึ? ก็เพราะว่าผมย้ายเข้าบ้านใหม่ (บ้านเก่าแต่ซื้อมาแล้วตกแต่งใหม่) ตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมาแล้วพบกับเรื่องราวแปลกๆในบ้านหลังใหม่มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ผมคนเดียวแต่รวมไปถึงคนอื่นๆด้วย เลยมีอารมณ์จะมาเขียนเรื่องนี้ ไว้ถ้ามีอารมณ์จะลองเรียบเรียงเหตุการณ์แปลกๆที่เจอในบ้านใหม่ของแต่ละคนมาเล่าให้ฟังละกัน

#1 By แป้ง (203.154.149.228 /10.200.1.155) on 2005-04-07 13:08