ทองหล่อ หมูกะทะ ปลาเผา และเรือจ้าง
posted on 11 Apr 2005 01:20 by oldpoemทองหล่อ เป็นสถานที่ๆกะกันเอาไว้กับเพื่อนกลุ่มสนิทในคืนวันศุกร์ว่าจะไปตะลุยราตรี หาร้านอาหาร / ผับ นั่งสังสรรค์กันเปลี่ยนบรรยากาศ หลังจากที่โดยปกติได้แต่ไปนั่งกินข้าวกันร้านแถวๆบ้าน ไม่ได้ไปเปิดหูเปิดตาลิ้มลองอาหารและแสงสีราตรีกลางเมืองมานานแล้ว แต่ด้วยความที่ไอ้มนติดธุระบางประการ ทำให้คืนวันศุกร์ไม่ว่าง คืนวันเสาร์ก็ไม่ว่างอีก เลยเลื่อนมาเป็นคืนวันอาทิตย์ เอ้า วันอาทิตย์ก็วันอาทิตย์ ไม่มีปัญหา พร้อมเสมอ แต่ต้องมารับด้วยนะว้อย
รอจนถึงตอนเย็นๆราวทุ่มกว่าๆ เพื่อนที่แสนน่ารักน่าถีบก็มารับตามที่นัดไว้ พอขึ้นรถปั๊ป ก็ได้รับคำบอกเล่าว่า โทรคุยกับ ไอ้อี๊ด แล้ว มันว่าจะมาเจอด้วย เพราะฉะนั้น ไอ้คุณมนกับไอ้แมว เลยเสนอแนะว่า กินแถวๆบ้านเหอะ ถ้าไปแถวๆทองหล่อ ไอ้อี๊ดคงไม่ตามไปแน่ๆ ทำเอาผมหงุดหงิดพอสมควร เพราะตั้งใจไว้ก่อนแล้วว่าวันนี้จะเปลี่ยนบรรยากาศดูมั่ง รวมไปถึงความที่มีเซนส์ รึ รู้จักกันดี ก็ไม่ทราบ ผมมีความเชื่อมั่นว่า ถ้าบอกว่าจะตามมาแบบนี้ ไอ้อี๊ดจะไม่โผล่มาแหงๆ จึงย้ำอีกทีว่าให้โทรไปคอนเฟิร์มไอ้อี๊ดก่อน ว่าจะเอาไงแน่ เผื่อมันไม่มาจะได้ไปตามโปรแกรมเดิม คือไปหาร้านอาหาร / ผับ แถวๆทองหล่อกินกันเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ไอ้มนเถียงว่าเพิ่งโทรกันตอนมาจอดรถรอหน้าบ้านผมเอง เลยเถียงไม่ขึ้นแถมอารมณ์เสียหน่อยๆ เพราะไอ้แมวเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เพราะมันไม่อยากไปไกลๆบ้านเท่าไหร่ (เพราะวันนี้มันเป็นคนขับรถ) สุดท้ายก็เลยขับมาเรื่อยๆ แล้วก็ไปลงเอยที่..
หมูกะทะ ร้านคุงหมูกะทะ เป็นร้านหมูกะทะตั้งอยู่หน้าเมืองทองธานี หลังจากที่ได้รู้จักร้านหมูกะทะแห่งนี้ ก็นับได้ว่าเป็นร้านหมูกะทะแรกๆที่จะเลือกไปกินทั้งเวลาที่นึกอยากจะกินหมูกะทะ หรือเวลาที่นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรที่ไหนดี เหตุที่เป็นร้านประจำและนิยมคือ ราคาไม่แพงนัก หัวละ 89 บาท ไม่รวมน้ำ ของที่นี่คุณภาพปานกลางถึงค่อนข้างดี และจุดเด่นที่สำคัญคือนอกจากหมูกะทะแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารอื่นๆที่เป็นจานเสริมให้เลือกกินด้วย โดยปกติจะมี ไก่ทอด ปอเปี๊ยะทอด หมูยอทอด สเต๊กหมู สเต๊กไก่ ส้มตำ ลาบ และสลัด ซึ่งรวมอยู่ในบุฟเฟท์หมด ตักได้ไม่จำกัด ซึ่งไก่ทอดและสเต๊กจัดเป็น 2 เมนูที่ผมคิดว่ารสชาติใช้ได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับราคา
นอกจากนั้นจะมีเมนูพิเศษปรับเปลี่ยนไปแล้วแต่ช่วงๆ เช่นครั้งแรกๆที่ผมไปกินกัน ก็มีซี่โครงหมูย่าง เป็นเมนูพิเศษ ซึ่งยอมรับว่าอร่อยมากๆ ไปนั่งกินกันจนเริ่มเข้าใจว่า "กินกันจนเจ๊ง" เป็นยังไง โดยเฉพาะครั้งนึงไปกินกัน มีกระดูกซี่โครงกองกันเป็นจานๆ เลยทีเดียว หลังจากนั้นทางร้านเริ่มตระหนักดีจึงไม่มีเมนูพิเศษเป็นซี่โครงหมูย่างอีกแล้ว มิเช่นนั้นต้องเจ๊งแน่ๆ จึงปรับเปลี่ยนมาเป็นปีกไก่ย่าง + บาร์บีคิวไก่ ซึ่งแม้ตอนแรกจะผิดหวังเล็กน้อย แต่ปีกไก่ย่างก็มีรสชาติดีมากๆ ถือว่าทดแทนได้ทีเดียว รวมไปถึงบางช่วงที่ลูกค้าแน่นๆ ก็จะมี ฮะเก๋า กับ ก๋วยเตี๋ยวหลอดมาเสริมด้วย ซึ่งรสชาติดีเช่นเดียวกัน ถิอว่าคุ้มค่าทีเดียว แต่วันนี้พอไปถึงพบว่าลูกค้าที่มานั่งทานในร้านไม่มากนัก คงเพราะหลายๆคนเดินทางไปสงกรานต์ที่ต่างจังหวัดกันบ้างแล้ว คนเลยน้่อยลง ทำให้วันนี้เมนูพิเศษเช่นปีกไก่ย่าง บาร์บีคิวไก่ รวมไปถึงฮะเก๋าและก๋วยเตี๋ยวหลอดก็ไม่มีด้วย แต่วันนี้เมนูพิเศษของร้านได้แก่...
ปลาเผา ใช่ครับวันนี้ ร้านคุงหมูกะทะ ภูมิใจเสนอปลาเผาเป็นเมนูพิเศษประจำวัน เติมได้ไม่อั้นในราคาหัวละ 89 บาท โอ้วจอร์จ แม้จะไม่ได้ไปทองหล่อ แต่นั่งกินปลาเผาบุฟเฟท์ก็ไม่เลวเลยจริงๆ ว่าแล้วก็นั่งโต๊ะกัน 3 คน แล้วก็เดินไปตักอาหารกัน ตอนนั้นไอ้อี๊ดก็โทรมา แทบไม่ต้องเดาเลย มันเบี้ยวไม่มา! รู้สึกหลังๆเซนส์ของผมในเรื่องต่างๆ ค่อนข้างจะแม่นจนตัวเองตกใจเหมือนกัน หลายๆเรื่องแล้ว แต่ข่างเหอะ เปลี่ยนร้านไม่ทันแล้ว ว่าแล้วก็เริ่มเอ็นจอยกับมื้อเย็น ปลาเผาที่นี่ตัวขนาดกลางๆ ไม่เล็ก แต่ก็ไม่ใหญ่มากนัก ไม่แน่ใจว่าเป็นปลาอะไรเหมือนกัน แต่เนื้อนุ่ม หวานนิดๆกำลังดี น้ำจิ้มก็รสชาติใช้ได้ ขนาดผมที่ไม่ค่อยกินปลาบ่อยนักยังรู้สึกว่ารสชาติดีใช้ได้ทีเดียว และที่สำคัญคือปลามีความสดมากๆ ทำให้อร่อยขึ้นอีก นั่งๆคุยกันว่า ถ้ากินกัน 3 คน 3 ตัว ตกคนละตัวก็เรียกว่าคุ้มแล้ว อย่างอื่นๆแทบจะเรียกได้ว่ากินฟรีทีเดียว ว่าแล้วก็นั่งกินไปคุยไป
หัวข้อในวงสนทนาบนโต๊ะอาหาร หลังๆก็มักจะเป็นเรื่องปัญหาครอบครัวของไอ้แมว เพราะมันเป็นคนแรกและยังเป็นคนเดียวที่แต่งงานไปแล้ว และตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงที่ชีวิตแต่งงานไม่ราบรื่นนักด้วยสาเหตุหลายๆอย่าง วันนี้ก็ยังคงเป็นประเด็นสนทนาอีกเช่นเคย แต่วันนี้ได้มุมมองใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย นั่นคือ เรื่องของความเฮงซวยบางอย่างของผู้ชายรุ่นผม (และอาจจะรวมมาถึงปัจจุบันด้วย)
ปัญหาที่กังวลมากๆของไอ้แมวคือภรรยามันเป็นคนที่เพื่อนน้อย ยิ่งเพื่อนที่สนิทๆขนาดที่จะคอยให้คำปรึกษาในเรื่องส่วนตัวเช่นปัญหาครอบครัวนี่แทบจะไม่มีเลย ทำให้เวลามีปัญหาไม่รู้จะไปปรึกษาใครดี ซึ่งตรงนี้พอลองๆมาคิดดู ก็มีเพื่อนหลายคนที่ประสบกับปัญหาเช่นนี้ เนื่องจากว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ในรุ่นผมจะเป็นประเภทที่การคบหาสมาคมจะเกิดเมื่อถูกจับมาอยู่ในสังคมสิ่งแวดล้อมเดียวกันนานๆ ซึ่งก็คือการเรียนในสถานศึกษา หรือ ในที่ทำงานมากกว่าที่จะออกหาเพื่อนจากแหล่งอื่นๆ ซึ่งพอผู้หญิงมีแฟน ส่วนใหญ่แฟนจะมีความสำคัญในชีวิตมากกว่าเพื่อนด้วยกัน แล้วแฟนก็จะมาเอาเวลาส่วนใหญ่ในเวลาว่างไป ทำให้โอกาสในการผูกสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนผู้หญิงด้วยกันเอง การหาเพื่อนใหม่ๆเพิ่มเติมก็จะลดลง คืออาจจะมีเพิ่มจริง แต่โอกาสที่จะเป็นเพื่อนสนิทมันน้อยลง เพราะต้องแบ่งเวลาไปให้แฟนค่อนข้างมาก ผู้ชายรุ่นผมก็ค่อนข้างที่จะเหมือนไปเอาผู้หญิงเขาออกจากสังคมของเขามาอยู่กับเราซะมาก ประมาณเทคแคร์ดูแล ไปรับไปส่ง โทรคุยกันทุกคืนๆ ก็ยิ่งทำให้สังคมในหมู่เพื่อนของเขาไม่สนิทกันมากนัก จำนวนเพื่อนสนิทจริงๆบางทีก็จะน้อยถึงน้อยมาก ซึ่งภรรยาเพื่อนผมอยู่ในกลุ่มนี้พอดี คือพอมีปัญหาก็ไม่กล้าจะไปปรึกษาเพื่อนสนิท เพราะมันรู้สึกยังไม่สนิทขนาดจะเอ่ยปากเรื่องนี้ได้ (จากที่พวกผมสังเกตและตั้งสมมติฐานเอานะ) รวมไปถึงที่คุณเธอใช้เวลาว่างในการตามคุมเพื่อนผมตลอดตั้งแต่เริ่มคบกันเป็นแฟนก็มีส่วนมากๆด้วย
บางทีก็ผู้ชายจะมีปัญหาที่ว่าส่วนใหญ่เวลาจีบสาว จะทำตัวดี เปอร์เฟ็ค อะไรไม่ดีๆ ก็พยายามปิดบังไว้ไม่ให้คุณเธอรู้ นัยว่าเดี๋ยวจะแห้ว เอาแต่ด้านดีๆเข้าไปเสนอ ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง(ชั่วคราว)เพื่อจีบสาว ซึ่งวิธีนี้อาจจะทำให้จีบสำเร็จได้จริง เพราะคนที่ภาพดีๆ ในสายตาเธอย่อมมีภาษีกว่าอยู่แล้ว แต่วิธีนี้ก็มีผลเสียต่อการดำเนินชีวิตคู่อย่างช่วยไม่ได้ เพราะทำให้ขาดความเข้าใจซึ่งกันและกันเบื้องต้น เนื่องจากเหมือนใส่หน้ากากเข้าหา ไม่ได้เอาตัวตนที่แท้จริงไปเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ให้เกิดความเข้าใจกันในเรื่องนิสัยและความคิด ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีกคนจะแสดงออกหรือโต้ตอบอย่างไร รวมไปถึงการปรึกษาเรื่องต่างๆ ที่นอกเหนือจากเรื่องหวานแหวว เพื่อนผมก็ตกอยู่ในกรณีนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้พอแต่งงานแล้ว ต้องมาอยู่ด้วยกันตลอดแล้ว ทำให้รู้สึกว่าเธอไม่ได้เข้าใจตัวตนทีแท้จริงของเราเลย ทำให้รู้สึกว่าเหมือนกับว่าการแต่งงานนี้มันไม่เป็นไปอย่างที่หวัง
ในช่วงท้ายๆของการสนทนาขณะเดินทางกลับ
ผม : "เฮ้ย ที่วันนี้พูดมากๆเรื่องนี้ สงสัยเป็นเพราะกูยังไม่มีแฟนว่ะ มันเลยพูดได้สบายใจ เพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง"
ไอ้แมว : "จริงๆแล้ว มึงนะโชคดีที่ได้เรียนรู้จากเรื่องของคนอื่นๆ มันก็สอนให้ได้คิดไปด้วย"
ผม : "อืม เป็นได้ๆ เรื่องของพวกมึง ทำให้ได้คิดอะไรหลายๆอย่าง ที่แต่ก่อนไม่เคยคิดเลยว่ะ"
ไอ้แมว : "เฮ้ย ไม่เป็นไรเว้ย กูยอมเป็น....
เรือจ้าง ให้มึงเองโว้ย เวลาพวกมึงแต่งงานหรือมีแฟนอย่าลืมมาขอบคุณกูล่ะ"
ผมและไอ้มน : "ไอ้เชี่ย มึงคิดได้ไงวะเนี่ย!"
ไอ้แมว : "มึงก็เห็น เรือจ้าง แม่งจมไปแล้ว มึงจะได้ระวังไว้ไง จะได้ไม่ล่มแบบกู"
ผม : "ไอ้เวร ขนาดเรือจ้างแม่งยังล่ม แทนที่กูจะระวังไม่ให้ล่มมั่ง แม่งกลายเป็นว่าระแวงจนไม่ขึ้นข้ามฝากซะเลยมากกว่ามั้ง!"
ปล. สุดท้ายกินปลาเผาไป 4 ตัว เพิ่มจากที่คาดไว้มา 1 ตัว สงสัยคราวหน้าไป เมนูพิเศษเปลี่ยนอีกแหงๆ

#1 By ณัฐ on 2005-04-11 01:41